Tuesday, May 29, 2012

NAB 2012 @Las Vegas

บทความนี้จะพาไปเยี่ยมชมงาน NAB 2012 @Las Vegas นะคะ

ก่อนอื่นต้องขอเกริ่นก่อนว่างาน NAB ที่ว่านี้คืออะไร มาเกี่ยวพันยังไงกัย 3DTV-Tech นะคะ งาน NAB จัดขึ้นทุกปี ที่ Las Vegas เป็นงานที่แสดงเทคโนโลยีในส่วนที่เกี่ยวกับ ภาพ เสียง และฟิลม์ โดยอุปกรณ์และเทคโนโลยีต่างๆมีกันตั้งแต่ เทคโนโลยีในการถ่ายทำ(Production) หลังถ่ายทำ(Post Production ) และการแพร่ภาพออกอากาศ(Broadcast)

ในส่วนของการถ่ายทำหรือ Production นั้นก็จะมีกล้องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกล้อง 3 มิติซึ่งมีออกมาหลายค่ายตั้งแต่ปีที่แล้ว และที่เป็นไฮไลท์อีกอันหนึ่งก็คือกล้องความละเอียดสูงซึ่งแต่ก่อนเราทำภาพยนต์และรายการที่เผยแพร่ทางโทรทัศน์ที่ขนาด PAL, HD และมาที่ 2K แต่ตอนนี้เทคโนโลยีสามารถทำได้ถึง 4K ซึ่งอีกไม่นานเราก็จะเห็นความเคลื่อนไหวในส่วนนี้มากขึ้น

ในส่วนของกระบวนการหลังถ่ายทำ(Post Production) จะเป็นขั้นตอนต่างๆไม่ว่าจะเป็นตัดต่อแก้สี ใส่เสียง ซึ่งค่ายต่างๆที่มาออกก็จะเน้นกระบวนการ(workflow)ของการทำ 3 มิติ เช่นสามารถตัดต่อและแก้สีไปพร้อมๆกันทั้งภาพซ้ายและขวา

ส่วนของการแพร่ภาพนั้นก็มีการแพร่ภาพระบบ 3 มิติซึ่งต่างประเทศมีการพูดถึงกันมาก เช่นการถ่ายทอดกีฬาต่างๆในรูปแบบ 3 มิติ ได้มีโอกาสเข้าฟัง James Cameron พูดถึงแนวโน้มของโปรดักชั้น 3 มิติซึ่งขณะที่เข้าฟังนั้น Titanic 3D กำลังเข้าฉายอยู่จึงเป็นการจับกระแสที่ดีมากที่ James Cameron ได้เข้ามาพูดในส่วนของ 3D

ภาพจะมีเยอะพอสมควรดังนั้นจะขออนุญาติให้รายละเอียดตามภาพที่ปรากฎนะคะ

Jams Cameron @NAB2012
เริ่มกันที่ไฮไลท์เลยนะคะ James Cameron ตัวเป็นๆ มาแนะนำกล้องที่เค้าใช้ถ่ายทำและได้เล่าถึงทิศทางของ 3D ซึ่งถอดความมาได้ประมาณว่า 3D จะใกล้เราเข้ามาทุกขณะไม่ว่าจะเป็นการแพร่ภาพออกอากาศระบบ 3D โดยเน้นที่กีฬาเป็นหลัก คนดูจะรู้สึกเหมือนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ข้างหน้าเราไม่ว่าจะเป็นลูกบอล ลูกเทนนิส หรือลูกกอฟที่กำลังวิ่งเข้ามา นอกจากนั้นการรดู 3D จะเริ่มเน้นที่ความเหมือนจริง ไม่ได้เน้นความแปลกตาในการพุ่งเข้าพุ่งออก แต่จะให้ประสบการ์แก่ผู้ดูเสมือนเราอยู่ในที่นั้นๆอย่างเป็นธรรมชาติ



แว่น RealD แจกให้ผู้ฟัง

การบรรยายเบื้องหลัง Titanic 3D โดยการ convert 2D->3D ใช้เวลาทำ ปี กระจายไป 7 สตูดิโอ ทั่วโลก มีคลิปตัวอย่างที่เป็น 3 มิติมาให้ดูมากมาย มีแว่นแจกพอเสร็จออกจากห้องก็จะมีกล่องให้หย่อนคืน

Sound session: The Hunger Game
รอบนี้เป็นการพูดเกี่ยวกับ Sound Production จากภาพยนต์ The Hunger Games ตอนแรกไม่ทราบวาเป็นเรื่องเกี่ยวกับเสียง พอทราบก็ลังเลว่าจะไม่ฟัง แต่คนเยอะเลยไม่สามารถลุกออก ลองฟังดูปรากฎว่าน่าสนใจมากคะ มีการนำคลิปมาให้ชม ตั้งแต่ไม่มีเสียง แยกองค์ประกอบของเสียงเป็นชั้นๆ และนำมาประกอบกันเป็นสิ่งที่เห็นบนจอภาพยนต์ ฉากที่เอามาให้ดูคือฉากที่ แคทนิสปีนขึ้นไปตัดรังต่อ และต่อตกลงมา ซึ่งละเอียดมากคิดกันตั้งแต่ต่อเป็นตัวๆบินจากซ้ายไปขวาเป็น 1 ชั้น ผึ้งทั้งหมดเป็นอีกหนึ่งชั้น และรวมไปถึงดนตรีประกอบอีกหนึ่งชั้น จริงๆมีมากชั้นกว่านี้คะแต่จำมาไม่หมดรู้แต่พอประกอบกันทั้งหมดแล้วนอกเหนือความเหมือนจริงที่ได้ยังสร้างอารมณ์ร่วมที่ดีบนจอด้วย



เปิดตัวจอ 3 มิติแบบไม่ต้องใช้แว่นจาก Dolby
อันนี้เปิดตัวจอทีวีของ Dolby ที่ดูโดยไม่ต้องใส่แว่น ภาพยนต์ตัวอย่างที่เปิดให้ดูคือ Hugo ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะหนังหรือจอ บางตอนก็ดูดีมากคะเป็น 3 มิติลึกชัดเจน แต่บางช่วงก็ดูแล้วไม่ต่างจาก 2 มิติเท่าไหร่ ดูเหมือนงานนี้ Dolby จะหันมาจับตลาดมาที่คนใช้ตามบ้าน(Home User)แทนที่จะเป็นในโรงภาพยนต์อย่างที่ผ่านมา ดังนั้นน่าจะเป็นข่าวดีนะคะว่าจอที่เห็นจะเปิดโอกาสให้คนทั่วไปเป็นเจ้าของได้






ทุกที่ทุกบูธจะมีเทคโนโลยีเกี่ยวกัย 3D มาให้ชม แว่น RealD ก็มีแจกแทบจะทุกบูธ




บูธ NVidia
บูธ Nvidia ส่วนมากเน้นที่การ์ดจอขั้นเทพสามารถประมาณผลสิ่งที่ซับซ้อนเช่นการ simulate nparticle ได้แบบ Realtime

บูธ The Foundry
The foundry โชว์เทคนิคการ composite คลิปตัวอย่างมาจากภาพยนต์ The girl with the dragon tattoo

GoPro 3D Stereoscopic Rig


กล้อง GoPro ในรูปแบบ Rig ต่างๆ
กล้อง go pro มาพร้อมกัย rig ที่เป็น 3 มิติ (stereoscopic) ข้อดีของกล้อง go pro ก็คือสามารถติดตั้งง่ายคล่องตัวเหมาะสำหรับฉากผาดโผน กีฬาต่างๆ เช่นรถแข่ง กระดานโต้คลื่น แต่อาจไม่เหมาะสำหรับโปรดักชั้นที่ต้องการคุณภาพสูงเพราะไฟล์ภาพที่ได้มีการบีบอัดสูง





อันนี้เป็นผลิตภัณท์ที่เห็นมากที่สุดประเภทหนึ่ง เป็น set ในการถ่ายทอดโดยที่คนหรือผู้ประกาศจะอยู่บนฉากหลังสีเขียวและสามารถที่จะเปลี่ยนฉากหลังเป็นภาพอื่นๆ ค่ายต่างๆก็ประชันกันว่าของใครจะให้คุณภาพเนียนสวยเสมือนฉากและผู้ประกาศอยู่ด้วยกันจริงๆ




interactive wall
จอ interactive ที่ใช้ในตลาดหุ้น NASDAQ กันเลยทีเดียว

panoranic screening จาก Panasonic ใช้โปรเจคเตอร์ 2 ตัว

Projection mapping จาก Christie ใช้ 35K 1 ตัว กับ 18K 2 ตัว สว่างมากๆ

Multiple Display จาก Mitsubishi
เป็นสีสันสรุปอย่างคร่าวๆนะคะสำหรับงาน NAB2012 จะเอาละเอียดกันจริงๆคงเขียนกันได้เรื่อยๆ ขนาดผู้เขียนเองก็ใช้เวลาเดินในงานกว่า 3 วันค่ะใครอยากทราบรายละเอียดมากกว่านี้เข้าไปชมได้ที่ http://www.nabshow.com/ ถ้าอยากทราบในส่วนที่บรรยายเป็นเนื้อหาความรู้ต่างๆสามารถ download เอกสารมาอ่านได้ค่ะ แต่เท่าที่ทราบมีค่าใช้จ่ายค่ะ


Saturday, February 4, 2012

มาถ่ายหนัง 3 มิติกันเถอะ

มาถ่ายหนัง 3 มิติกันเถอะ


ถึงแม้เทคโนโลยี 3d จะแพร่หลาย แต่จริงๆแล้วหนังสามมิติที่มีดูกันอยู่ก็ยังมีจำนวนจำกัดนะคะ ดังนั้นแทนที่จะมานั่งรอหนัง 3มิติว่าเมื่อไหร่จะมีออกมาให้ดูกัน เราลองมาทำกันเองดีกว่ามั้ยคะ บทความนี้จะพูดถึงการทำหนัง 3 มิติจริงๆนะคะ ไม่ใช่แปลงมาจาก 2 มิติเหมือนโปรแกรมที่แพร่หลายอยู่ในขณะนี้
  
วิธีที่จะเขียนถึงนี้สามารถทำกันเล่นที่บ้านนะคะ แน่นอนว่าการทำหนัง 3 มิติที่เราเห็นกันในโรงต้องมีอุปกรณ์ที่มีคุณภาพสูงและซับซ้อนกว่านี้มากนะคะ

เอาละคะมาเริ่มกันเลยดีกว่า เริ่มแรกมาดูที่อุปกรณ์นะคะ


สิ่งที่ต้องใช้

  1. กล้อง web cam รุ่นเดียวกัน สเปกเหมือนกันทุกอย่างทั้งระยะโพกัส, ระยะชัดลึก เดี๋ยวนี้ตัวละไม่กี่ร้อยก็ซื้อได้คะ
  2. คอมพิวเตอร์แบบโนต์บุ๊คที่ลงโปรแกรม stereo movie player (ฟรีคะ) ที่ต้องใช้โนต์บุคเพราะเราต้องเคลื่อนกล้องไปมา หรือถ่ายนอกสถานที่ ถ้าใครจะใช้ desktop ก็ได้คะ แต่ไม่สามารถถ่ายนอกสถานที่ได้คะ
  3. อุปกรณ์สำหรับติดตั้งกล้อง(camera rig) ในที่นี้เราก็ทำแบบง่ายๆคะ ใครมีความสารถอาจทำ rig ได้ดีกว่านี้ก็เอามาแชร์กันนะคะ หลักของการทำ rig กล้องก็คือ ให้ตัวกล้องสามารถหมุนได้ในแนวระนาบบนฐานยึดกล้องทั้ง 2 ตัว(คล้ายๆตาเราที่เหล่เข้าหากัน) ถ้าดูให้ดี ในรูป จะมีสกรู ที่ยึดแผ่นไม้ให้สามารถหมุนได้ในแนวระนาบ ระยะห่างของกล้องทั้งสองจะเท่ากับตาคน(ประมาณ 6.5 ซม) ซึ่งจะทำให้ได้ภาพที่คล้ายมุมมองของคน ระยะห่างนี้ ถ้าเป็น rig กล้องที่ดีๆ จะสามารถเปลี่ยนระยะได้ กรณีที่เราถ่ายซีนกว้่างๆ ต้องการเห็นมิติชัดๆ ก็จะเพิ่มระยะห่างได้
  4. แว่น 3 มิติ แดงฟ้า จริงๆวิธีนี้สามารถไปดูในแบบอื่นๆได้ เช่น แว่นโพราไรซ์ แต่อย่างที่ทราบกันว่าต้องมีจอเป็น 3 มิติที่สนับสนุน ฉะนั้นแว่นแดงฟ้าสะดวกที่สุดในการทดสอบดูภาพที่เราถ่ายมา ถ้าทุกอย่างดูดีค่อยเอาไปทำ post porduction ออกเป็นแบบ side by side เพื่อไปดูกับจอโพราไรซ์ได้คะ
กล้อง dv ทั่วไป ก็สามารถเอามาทำกล้อง 3 มิติได้ สามารถใช้รีโมทควบคุมให้ถ่ายพร้อมกันได้

กล้อง 3 มิติแบบ 2 เลนส์ 
กล้อง 3 มิติแบบ mirror rig (ภาพจาก 3droundabout.com)
ขอเน้นนะคะ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือกลไกการหมุนในแนวราบของกล้อง ต้องได้ระดับจริงๆ กล้องห้ามเหลื่อมกันในแนวตั้งเด็ดขาด(ก็คนเราไม่สามารถทำตาเหล่ในแนวตั้งได้นิ) เปรียบว่ากล้องเป็นตาคน จุดศูนย์กลางการมองของกล้องจะเป็นดังนี้


การหมุนของกล้อง ต้องอยู่ในระนาบเดียวกันเท่านั้น

หมุนอย่างนี้ ผิดค่ะ  
  • วัตถุอยู่ไกลมาก แนวการมองของกล้องจะขนานกัน ไปบรรจบกันที่ระยะอนันต์
  • วัตถุอยู่ใกล้ แนวการมองของกล้องจะหันเข้าหากัน บรรจบทีวัตถุที่มอง

วัตถุที่อยู่ไกล  แนวการมองของกล้องเกือบจะขนานกัน




เมื่อวัตถุเข้ามาใกล้ กล้องก็จะหมุนในแนวระนาบ ดังรูป
software ในการถ่ายหนัง 3 มิติ

เราจะใช้ StereoMovie Maker ในการบันทึกภาพ 3 มิติ ซึ่งสามารถดาว์นโหลดได้ฟรี   หลังจากที่เสียบ usb กล้องทั้งสองเข้่าที่ computer แล้ว เปิด stvplye ทำการเซ็ทค่าของกล้องก่อน โดยไปที่ File/Stereo webcam/web setting   


โปรแกรมให้เลือกว่า กล้องไหนเป็นตาซ้ายหรือขวา ก็ลองเอามือบังกล้องแล้วเลือกเลยคะ จากนั้นก็เลือกขนาดของภาพที่จะบันทึก อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับความแรงของคอมพิวเตอร์ ปกติก็เริ่มจาก 640x480 ก่อนก็ได้ หากภาพไม่กระตุก ก็ค่อยมาเพิ่มขนาดทีหลัง

เราสามารถเปลี่ยนการแสดงผลเป็นแบบ แดงฟ้า (anaglyph) ได้ โดยไปที่ stereo/red-cyan ในที่นี้ก็ขอถ่ายแบบแดงฟ้าเป็นหลักนะคะ


  จากนั้นเราก็พยายามปรับมุมมองของกล้อง ให้ได้ระดับ ตามที่ได้กล่าวไปตั้งแต่ต้น หากยังไม่เป็นภาพ 3 มิติ ให้ลองเช็คตามข้อต่อไปนี้
  • ระดับของกล้องในแนวดิ่งเท่ากันหรือไม่ ลองดูภาพตัวอย่างข้างบน ระดับในแนวดิ่งของภาพจากกล้องซ้าย(สีฟ้า) จะทำกับระดับในแนวดิ่งของกล้องขวา(สีแดง)
  • ระยะเหลื่อมไม่มากเกินไป ระยะเหลื่อมที่มากเกินไปทำให้ไม่ได้ภาพที่เป็น 3 มิติ รวมทั้งทำให้ปวดหัวด้วย
  • โพกัสของทั้งสองกล้องอยู่ในตำแหน่งเดียวกันหรือไม่่
  • กล้องซ้ายขวาสลับกัน ให้ลองสลับกล้องดู หรือไปที่ web setting แล้วเปลี่ยน left device และ right device
  จากนั้นก็เริ่มทำการบันทึกภาพได้เลยคะ โดยไปที่ File/Stereo webcam/Stereo webcam save as
  • Save as type ให้เลือกเป็น AVI
  • Compressor อันนี้แล้วแต่ความชอบ แต่ผู้เขียนแนะนำ ffd show video เพราะให้คุณภาพดีที่สุด ภาพไม่แตก
  • อย่าลืมเลือก stereo เพราะจะบันทึกภาพพร้อมกันทั้ง 2 กล้อง
เซฟลงไฟล์ avi



Sunday, January 15, 2012

3dtv-tech ฉายหนัง 3 มิติ วันเด็ก 2555




    สำหรับวันเด็กปีนี้ 3dtv-tech ได้มีโอกาสจัดฉายภาพยนตร์ 3 มิติ ที่สนามเสือป่า กรุงเทพ โดยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายก เป็นผู้เปิดงานพร้อมกับพาลูกชายมาเที่ยวที่โรงหนัง 3 มิติด้วย
นายกยิ่งลักษณ์พร้อมลูกชาย ดูหนัง 3 มิติ (รูปจากเฟสบุค ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร)

บรรยากาศภายในห้องฉายหนัง 3 มิติ ตอนที่นายกยิ่งลักษณ์เข้ามาดู
  เด็กๆ ให้ความสนใจกันอย่างล้นหลาม ต่อคิวกันยาวเฟื้อยเลย หนัง มิติ นี้เริ่มฉายตั้งแต่ โมงเช้าจนถึง โมงเย็น ความยาวของรอบประมาณ 10 นาที่ เด็กๆเข้าเต็มทุกรอบจนแน่นออกไปนอกโรงหนังเลย
เด็กๆให้ความสนใจหนัง 3 มิติเป็นจำนวนมาก วันนี้แดดร้อนครับ เลยต้องยืนหลบร้อนข้างโรงหนัง


มีบอลลูนยักษ์ด้วย เด็กๆสามารถขึ้นบอลลูนได้จริง (แต่ต้องรอคิวกันนานหน่อย)
เวทีคอนเสริท คนแน่นเอี้ยด
กิจกรรมภายในงานมีมากมายครับ ของรางวัลเพียบ
กิจกรรมตอบคำถาม
เกมเต้นครับ


กลับมาที่โรงหนังดีกว่า
บริเวณหน้าโรงหนัง

แว่น 3 มิติ เป็นแบบโพลาไรซ์ ดูเสร็จแล้วต้องคืนครับ 
ภายในโรงหนัง 3 มิติ เปิดแอร์เย็นฉำเลย
หนัง 4 มิติครับ มีเอฟเฟคหิมะด้วย เด็กสนุกกันใหญ่







Sunday, October 30, 2011

แว่น 3 มิติ สำหรับ TPBS 3D




ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ทางทีวีช่อง TPBS  มีรายการสารคดี 3D(ออกอากาศวันอาทิตย์ 18.30น) การดูสารคดีดังกล่าวทาง TPBS แจ้งว่าต้องใช้แว่นประเภทหนึ่งในการรับชม แว่นที่ว่าถ้าดูเผินๆค่อนข้างประหลาด ตัวแว่นจะมีเลนส์ข้างหนึ่ง อีกข้างไม่มี ตอนที่ผมเห็นแว่นนี้ครั้งแรก ก็งงเหมือนกันครับ ไม่น่าจะดูเป็น3มิติได้ แตพอเอาลองเอาแว่นมาดูกับหนัง ก็ใช้ได้เลยทีเดียว เป็นผลออกมาเป็น 3 มิติเลย
แว่น  Pulfrich ที่มีเลนส์ดำทางขวา (right dark)

แว่นประหลาดที่ไทยพีบีเอสแจกนั้น มีใช้กันมานานแล้วครับ(ประมาณ 20 ปี) ชื่อสากลจะเรียกว่า 3D Pulfrich Glasses แต่ไม่ค่อยเป็นที่แพร่หลายเนื่องจากข้อจำกัดหลายๆอย่าง สามารถดูได้จากจอโทรทัศน์ทั่วไป

ชื่อ Pulfrich ก็เป็นชื่อที่ตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน Carl Pulfrich ที่ค้นพบเอเฟคนี้ครับ น่าเสียดายที่ Pulfrich ไม่เคยได้ใช้แว่นที่เป็นผลพวงจากการค้นพบของเขา

หลักการทำงานของแว่นนี้ก็ง่ายมากครับ คือ สมองคนเราจะรับรู้ภาพที่มืดได้ช้ากว่าภาพที่สว่าง หรือกล่าวง่ายๆคือสมองจะตีความภาพจากตาที่มีฟิลเตอร์ดำได้ช้ากว่าตาที่ไม่มีฟิลเตอร์  ซึ่งการรับรู้ของสมองที่แตกต่างกันดังกล่าวก่อให้เกิดความลุึกครับ (หลักการของภาพ3มิติคือการที่ตาซ้ายและขวารับรู้ภาพที่ต่างกันครับ จะได้ตีความต่างนั้นออกมาเป็นความลึก)

ถ้าสังเกตุให้ดี หนังที่ใช้แว่นแบบนี้จะมีการเคลื่อนที่ในแนวนอนเท่านั้นครับ(ซ้ายไปขวาหรือจากขวาไปซ้าย) ไม่มีการเคลื่อนที่ในแนวตั้ง(ขึ้นลง) อันนี้เป็นข้อจำกัดของการแสดงภาพ 3 มิติแบบนี้ครับ
อย่างของไทยพีบีเอสเอง ถ้าสังเกตุให้ดี shot ที่เป็น 3 มิติ จะมีการเคลื่อนที่ของวัตถุ จากซ้ายไปขวาเท่านั้นครับ ซึ่ง shot ดังกล่าวจะมี logo 3D ขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นว่าต้่องใส่แว่นดูครับ

เราลองมาดูคลิปตัวอย่างกันครับ

  • อันนี้ต้องใช้แว่นที่มีเลนส์ดำทางขวาครับ การเคลื่อนที่ของวัตถุไปทางไหนก็ให้ใส่เลนส์ดำทางด้านนั้น เช่นตัวอย่างข้างบน กล่องเคลื่อนที่จากซ้ายไปขวา ดังนั้นต้องใส่เลสน์ดำทางด้านขวา

ใช้แว่นที่มีเลนส์ขวาดำ (right dark) แบบเดียวกับไทยพีบีเอส

แว่นที่มีเลนส์ขวาดำ(right dark)

  • ตัวอย่างนี้ต้องใช้แว่น 3 มิติที่มีเลนส์ดำอยู่ทางด้านซ้ายครับ วัตถุ(ที่เป็นโฟกราวด์) เคลื่อนที่จากขวาไปซ้าย



ใช้แว่นที่มีเลนส์ซ้ายดำ (left dark) แว่น 3 มิติของไทยพีบีเอสดูไม่ได้ครับ


แว่นที่มีเลนส์ซ้ายดำ(left dark)
แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าหากการเคลื่อนที่ของวัตถุหยุดลง.......  ลงกดหยุดภาพ(pauses) ดูครับ  คำตอบคือ ภาพก็จะไม่เป็น 3 มิติครับ เป็นแค่ 2 มิติธรรมดา  อันนี้ก็เป็นข้อจำกัดอีกอย่างหนึง

เมื่อเราทราบถึงทฤษฏีแล้ว ที่นี้เราก็สามารถที่จะทำวิดีโอ 3 มิติตามหลักการดังกล่าวขึ้นเอง ลองมาถ่ายวิดีโอ 3 มิติ จากกล้องจริงเลยดีกว่า สามารถใช้กล้องจากโทรศัพท์มือถือ กล้องดิจิตอล หรือกล้อง วิดีโอ 1 ตัวครับ

หลักของการถ่าย 3 มิติที่ดีคือ เราต้องแบ่งวัตถุในซีน(scene) ออกเป็น 3 ประเภทคือ foreground , Object และ background การเคลื่อนที่ของกล้องตามรูปข้างล่าง (จากจุด 1 ไป 2 ไป3) โดยพยายามให้ object เป็นจุดสนใจของกล้อง (เลี้ยงเฟรม Object) และให้ foreground วิ่งผ่านหน้ากล้อง จากซ้ายไปขวา ส่วน background ก็วิ่งจากขวาไปซ้าย

การเคลื่่อนกล้องจาก 1 ไป 2 ไป 3 โดยเลี้ยงเฟรม ที่ Object


เมื่อได้แว่น 3 มิติมาแล้ว เรามาลองเข้าไปหาหนัง 3 มิติใน youtube กันเลยดีกว่าครับ





ในส่วนของแว่นก็สามารถจะเขียนจดหมายไปขอได้ที่ไทยพีบีเอส (TPBS) อย่าลืมวงเล็บมุมซองว่า “ขอแว่น 3 มิติ” ด้วยครับ หรือหากเราจะทำเองก็ไม่ยากครับ หาแว่นตากันแดดที่ไม่ใช้แล้วมา จากนั้นเอาเลนส์ข้างซ้ายออกไป เท่านี้ก็จะได้แว่น 3 มิติสำหรับ TPBS แล้วครับ

หรือที่ร้านของเราจะมีรุ่นที่สารพัดประโยชน์ เป็นแว่น 3มิติ แบบแดงฟ้าได้, เป็นแว่นกันแดด, และใช้ชม รายการของไทยพีบีเอสได้โดยใส่เลนส์กันแดด 1 ข้าง




Monday, September 26, 2011

3D PROJECTION MAPPING สีสันใหม่ของวงการอีเวนท์ไทย

ในวงการโฆษณา, อีเวนท์ไทย กำลังให้ความสนใจ 3D projection Mapping (หรือ 3d video mapping) ซึ่งก็คือการฉายภาพจากโปรเจคเตอร์(อาจจะใช้ตัวเดียวหรือหลายตัว) ลงบนวัตถุ ซึ่งอาจจะเป็นตัวสินค้าเอง, เสาหรือผนัง ทำให้วัตถุดูเหมือนมีชีวิต มีการเคลื่อนไหว เป็นการเพิ่มสีสันให้กับตัวสินค้า ความจริง 3D Projection Mapping ในต่างประเทศนั้นมีมาค่อนข้างนานแล้วครับ(ประมาณ 4-5ปี) ในบ้านเราก็เพิ่งจะเริ่มๆ
หลักการคร่าวๆ สำหรับ 3D Projection Mapping ก็คือ การสร้างวัตถุในโปรแกรม 3 มิติให้มีขนาด มิติ กว้างยาวเท่ากับวัตถุจริง จากนั้นก็ใส่สีสัน ภาพเคลื่อนไหวต่างๆ ลงบนวัตถุ 3 มิติ แล้วจึง render ภาพ จากมุมมองของ Projector เมื่อได้ภาพมาแล้ว ก็ Project กับไปบนวัตถุจริง สิ่งที่ยากที่สุดก็คือ การทำให้ภาพจากโปรแกรม 3 มิติ พอดีกับวัตถุจริงครับ ต้องมีการคิด Lens distortion รวมถึง Perspective ต่างๆด้วย

ผมมีตัวอย่างของ 3D projection mapping มาให้ดูครับ


อันนี้เป็นโฆษณารถ Toyota Auris Hybrid


3d projection mapping ลงบนรองเท้า New balance sneaker promo ดูแล้วน่าสนใจดี


Video Mapping 3d sculpture จาก StudioRewind โปรเจคลงบนรูปปั้น

3d projection mapping ลงบนเพดานบ้าน


3d video mapping บนตึก โฆษณาหนังเรื่อง The tourist


KOHAR 3D Mapping at Opera, Yerevan 28 May 2011


ดูตรงช่วงท้ายๆครับ เจ๋งดี


อันนี้ 3D video mapping จาก 3DTV-tech ครับ

Sunday, September 11, 2011

อยากดู 3D ต้องทำยังไง?

ไม่ได้อัพเดท blog กันนานเลย วันนี้จะขอกลับมาอัพเดทด้วยเรื่องที่ถูกถามกันมากที่สุดในวงการ 3D Stereoscopic กันนะคะ คำถามนั้นก็คือ อยากดูหนัง 3 มิติ ต้องทำยังไง หลายคนบอกจะยากอะไรก็เดินเข้าโรงหนัง 3 มิติสิมีเยอะแยะมีจนไป 4มิติ แล้ว แน่นอนเราไม่ได้หมายถึงเดินเข้าโรงหนังคะ อันนั้นมันง่ายไป(ค่าตั๋วแพงอีกต่างหาก) เราหมายถึงอยากเซทไว้ดูที่บ้านอยากดูจาก DVD ทีอุตส่าห์ไปหามา

จริงๆมีบทความเก่าๆเคยเขียนบ้างอาจไม่ตรงทั้งหมด แต่จะขอเรียนว่าเทคโนโลยีเปลี่ยนทุกๆ 6 เดือนของบางอย่างที่ยังไม่เคยมีก็ได้จุติขึ้นมาทำให้กระบวนการการดูก็เปลี่ยนไป บทความนี้ก็จะขอพูดถึงเทคโนโลยีที่มีกันนะตอนนี้ ใครกลับมาอาจ 6 เดือนหลังจากนี้ก็คงล้าสมัยเหมือนกันคะ

เอาละคะเรามาเริ่มเลยดีกว่า

วิธีที่ง่ายที่สุดถ้าคุณมีคอมพิวเตอร์ มีจอธรรมดา LED LCD Plasma จอคอม จอแบน จอบวม และมี Power DVD version 10 Mark II ขึ้นไป หรือ โปรแกรมอื่นก็เช่น Stereoscopic Player, Stereo Movie Player เป็นต้น "แล้วอย่าลืม source หนังที่เป็น 3 มิติ ด้วยนะจ้ะ" (ทำเสียงเหมือหนูนาในกวนมึนโฮ) เท่านี้ก็สามารถดูได้แล้วคะ แต่แว่นที่ใช้ต้องเป็นแว่น 3 มิติแดงฟ้าเท่านั้นนะคะ อย่าหลงไหลไปกับเมนูอื่นใน list ถ้าคุณ ไม่มี hardware ที่สนับสนุนคุณสมบัติตามใน List ดูไม่ได้คะ "เน้นว่าดูไม่ได้" มีคุณลูกค้าหลายท่าน(มาก)เป็นหน่วยกล้าตาย ลองให้ทุกท่านทราบแล้วโดยการหิ้วโน็ตบุ๊คมาที่ร้านพร้อมกับความมุ่งมั่น แต่ภารกิจก็ต้องล่าถอยเพราะทำไม่ได้จริงๆค่าาาาา



ถ้าอยากดูให้มันเจ๋งกว่าการใช้แว่น 3 มิติ แดงฟ้าทำไงดีก็มีหลากหลายวิธีนะคะขึ้นอยู่กับเงินทุนที่มี การใช้งานและความชอบส่วนบุคคล มาไล่เป็นข้อๆกันนะคะ

1.ซื้อจอ 3D เลย จอโทรทัศน์หรือจอคอมพิวเตอร์ก็ว่ากันไป จอพวกที่ว่านี้จะมี Refreshing rate 120 hz ขึ้นไป ซึ่งแน่นอนว่าสูงกว่าจอรุ่นเก่าๆแน่ ถ้าเป็นจอโทรทัศน์ 3 มิติ มีเครื่องเล่น DVD 3D Bluray หรือกล่อง HD Box ไม่ต้องมีคอมพิวเตอร์ก็ดูได้คะ แต่ถ้ามีจอคอม 3 มิติ มีคอมพิวเตอร์มีซอฟแวร์ที่เล่นหนัง 3 มิติได้ก็ดูได้เหมือนกันคะ

ขอบคุณรูปภาพจากเวป LG และ Samsung นะคะ


จอโทรทัศน์ก็ยังแยกออกเป็น 2 ระบบนะคะ คือแบบ Active และแบบ Passive แล้วจะรู้ยังไงอันไหนเป็นอันไหน สังเกตุง่ายๆจอไหนใช้กับแว่น 3 มิติใส่ถ่านคือ Active ถ้าแบบแว่นไม่ใส่ถ่านเป็น Active ตอนนี้ในท้องตลาดจอทีวีที่เป็นเป็น Passive ก็มีของ LG ส่วนยี่ห้ออื่น(รวมทั้ง  LG ) ยังยืนหยัดทำการตลาดในส่วนของ Active ต่อไป ยี่ห้อสุดฮิต Samsung ยังไม่เคยเห็นจอ Passive เลยคะ Sony กับ Panasonic ในตลาดผู้ใช้ตามบ้านก็เห็นแต่ Active แต่ไม่ใช่ว่าเค้าไม่ผลิตระบบ Passive นะคะ ผลิตแต่เอาไว้สำหรับ Hi-End พวกสตูดิโอโปรดักชั่นต่างๆ

จอยี่ห้อไหนก็ต้องใช้กับแว่น 3 มิติยี่ห้อนั้นนะคะจะใช้ข้ามยี่ห้อไม่ได้

ในรายละเอียด Active ต่างจาก Passive อย่างไร
1. ข้อแรกเลยนะคะที่มีผลกระทบต่อผู้บริโภคมากที่สุดคือราคาแว่น 3 มิติ แว่น 3 มิติ Active ราคาจะสูงกว่า แบบ Passive มาก แว่น Active เป็นหลักพัน(ถึงหลายพัน)แต่ แว่น Passive หลักร้อยคะ
2. แว่น Active ต้องอาศัยอิเลคโทรนิคในการ sync สัญญาณ หลายคนอาจดูแล้วมึนกับวิธีการนี้
3. แต่ไม่ใช่ระบบ Active จะไม่มีดีนะคะ ระบบ Active ทำให้เราดูภาพเป็น FullHD คะ หนังที่เล่นไม่จำเป็นต้อง side by side จอจะไม่ถูกแบ่งครึ่ง ซ้ายก็เป็น HD ขวาก็เป็น HD คะ 

2.ซื้อ Projector รุ่นที่เป็น 3D Ready มีหลายยี่ห้อคะ เช่น Acer BenQ วิธีนี้มี Projector มีแว่น 3 มิติ Active DLP Link ก็ดูได้แล้วคะ Projector จะมีระบบการ sync กับแว่น DLP Link คะ สามารถต่อออกจาก computer(แต่ต้องมีการ์ดจอที่แรง 120 hz ขึ้นไป การ์ดจอปัจจุบันส่วนมาก support หมดแล้ว) หรือ Bluray 3D Player คะ



3.NVidia 3D Vision วิธีนี้คือหันมาเป็นสาวก nVidia กันคะ สิ่งที่ สาวก nVidia ต้องมีก็คือจอภาพที่มี  Refreshing rate 120 hz ขึ้นไปอันนี้ยี่ห้ออะไรก็ได้, การ์ดที่มีชิพเซทของ nVidia และแว่นตา 3 มิติของ nVidia คะ มีที่ว่ามานี้ก็สามารถจะดูหนังเล่นเกมส์เป็น 3D ได้แล้วคะ
รูปภาพจาก http://www.videomaker.com/article/15248/


นอกจากยี้ก็ยังมีวิธีอื่นอยู่บ้างแต่ขอเก็บไว้เขียนเป็นหัวข้อต่างหากนะคะ

สิ่งที่ต้องขอย้ำที่สุดคือ Source หนัง ที่ดีที่สุดควรหนัง 3 มิติ ที่ถ่ายทำมาจริงๆ หนังที่แปลงมาดูยังไงก็ไม่ประทับใจเท่าที่เค้าลงทุนทำมาจริงๆ 

ลองดูนะคะใครมีอุปกรณ์อะไรแบบใน list ที่กล่าวมา ลองวางแผนการลงทุนดูว่าอันไหนจะเหมาะกับเราที่สุด ถ้าไม่ลงทุนเพิ่มก็ไม่เป็นไรดูแดงฟ้ากันต่อไปจ้า...